การแข่งขันโปโลบนหลังช้างชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 12 จัดขึ้น ณ หัวหิน

ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม จนถึง 1 กันยายนนี้ กลุ่มโรงแรม รีสอร์ท และสปา ในเครืออนันตรา ประกาศกำหนดการแข่งขันโปโลช้างชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ประจำปี 2556 โดยการแข่งขันกีฬาการกุศลรายการนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 12 ซึ่งจนถึงปัจจุบันสามารถระดมทุนเพื่อช่วยเหลือช้างไทยได้กว่า 600,000 USD การแข่งขันจะจัดขึ้น ณ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยจะมีกิจกรรมมากมายที่จะมาสร้างความสนุกตื่นเต้นทั้งในและนอกสนามตลอดงานครั้งนี้

ทั้งนี้ เงินรายได้ที่ได้จากการระดมทุนระหว่างการแข่งขันโปโลช้างฯในปีที่ผ่านมา ได้ถูกนำไปใช้ในการสนับสนุนหลากหลายโครงการในประเทศ โดยโครงการแรกคือการสานต่อการสนับสนุนโครงการวิจัย และคลีนิกช้างบำบัดสำหรับเด็กออทิสติก ซึ่งช่วยให้งานวิจัย และโครงการจัดตั้งคลีนิกเพื่อให้บริการเด็กพิเศษโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายดำเนินต่อไปได้ อีกทั้งในเดือนกุมภาพันธ์ มูลนิธิช้างเอเชีย โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล (GTAEF) ซึ่งตั้งอยู่ ณ อนันตรา สามเหลี่ยมทองคำ แคมป์ช้าง แอนด์ รีสอร์ท ยังเป็นเจ้าภาพในจัดการประชุมเชิงปฎิบัติการ “การฝึกอบรมพฤติกรรมเชิงบวก” ให้กับควาญช้างจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี ดร.เจอราร์โด มาร์ติเนซ ซึ่งเป็นผู้ฝึกอบรมช้างที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นวิทยากรร่วมกับวิทยากรจากมหาวิทยาลัยต่างๆในประเทศไทย ซึ่งการฝึกอบรมพฤติกรรมเชิงบวกสำหรับช้างในครั้งนี้นี้ นับเป็นครั้งแรกและคลอบคลุมภูมิภาค ทั้งนี้มูลนิธิช้างเอเชีย โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล ยังได้ทำงานร่วมกับกลุ่มคุ้มครองสัตว์ป่า ในการลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและช้าง และยังให้การสนับสนุนโครงการสำรวจประชากรช้างป่า ในพื้นทีป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี

วิธีการเล่นคล้ายกับการเล่นฟุตบอล มีการแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย แต่งกายในชุดเสื้อยืด แขนสั้น หมวกกะโล่แบบอังกฤษ สวมรองเท้าท็อปบูธสูง นั่งบนหลังช้างถือไม้ตียาวโดยมีควาญช้างนั่งอยู่ที่คอ คนตีนั่งอยู่ที่ด้านหลัง มีประตูอยู่คนละข้าง พยายามตีลูกไม้ขนาดใหญ่สีขาวให้เข้าประตูมากที่สุด ใช้เวลาเล่นประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้เล่นต้องบังคับช้างและตีลูกไม้ขนาดใหญ่ให้เข้าประตู โดยทางโรงแรมอนันตรา รีสอร์ทแอนด์สปา ผู้ริเริ่มกิจกรรมนี้ เห็นว่า การส่งเสริมกิจกรรมในด้านกีฬาจะช่วยลดปัญหาสังคมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเหมาะสม

ข้อมูลเพิ่มเติม www.anantaraelephantpolo.com

Leave A Response